บทความทั่วไป

ทำอย่างไรเมื่ออกหัก

System

ทำอย่างไรเมื่ออกหัก

ผู้ถาม * มีคำถามว่า ตอนนี้มีข่าวฆ่าตัวตายเพราะความรักให้เห็นกันบ่อยเหลือเกิน
ถ้ามีคนมาบอกว่าอกหัก คิดว่าตัวเองไม่มีค่าแล้ว และอยากตายท่านจะพูดกับคนที่
คิดแบบนี้อย่างไรครับ


ท่าน ว.วชิรเมธี* ประการแรก อาตมาจะบอกเขาว่า ไม่ต้อง
อยากตายหรอก เพราะความตายเป็นของได้เปล่า เกิดมาแล้วไม่เร็วไม่ช้าก็ต้องตาย
ตั้งแต่เกิดมาอาตมายังไม่เคยเห็นใครที่ไม่ตาย เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปเหนื่อยออก
แรง ไม่ต้องพยายาม เดี๋ยวตายเอง



*ประการที่สอง ให้ลองอยู่ต่อไปสักระยะอย่างน้อยที่สุดสักสามเดือน แล้วจะเห็นถึง
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ความรักเป็นอารมณ์ ภาษาพระเรียกว่าเวทนา นาทีทีคน
รักจากคุณไป คุณอาจรู้สึกทุกข์จนแทบตาย ความทุกข์อยู่ในกฎไตรลักษณ์ คือเกิด
ขึ้นในเบื้องต้น ดำรงอยู่ชั่วคราว แล้วแตกดับไป ฉะนั้น ความทุกข์ก็ดี ความสุขก็ดี
ไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืน ตอนทุกข์แทบตายถ้าคุณรออีกสักพัก ทุกข์ก็จะหายกลายเป็น
สุข สุขๆทุกข์ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านเข้ามาในชีวิตของเราตลอดเวลา


ฉะนั้นถ้าทุกข์ที่สุดแล้ว ไม่ฆ่าตัวตาย โดยไม่รู้ว่าอีกสักแป๊บทุกข์ก็จะพลิกเป็นสุขอยู่
แล้ว คุณเสียค่าโง่ให้ความทุกข์ไปแล้ว ให้รอสักพัก จะสามเดือน ห้าเดือน เจ็ดเดือน
หรือหนึ่งปี แล้ววันหนึ่งคุณจะหัวเราะเยาะตัวเองว่า ถ้าวันนั้นเราตายไป เราก็โง่ที่สุด
แท้ที่จริงไม่มีความทุกข์ชนิดไหนที่มนุษย์ทนไม่ได้หรอก ที่ดูเหมือนว่าทนไม่ได้ก็
เพราะเรารู้ไม่เท่าทันกติกาของความทุกข์ต่างหาก จำไว้ความทุกข์ไม่เคยฆ่าเรา มี่แต่
เราฆ่าตัวเราเอง



**จิตของคนเรากว่าจะวิวัฒนาการขึ้นเป็นมนุษย์นั้น ใช้เวลายาวนานมาก พระพุทธเจ้า
เคยเปรียบเอาไว้ว่า เสมือนมีทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล ลึกลงไปใต้ทะเล มีเต่าตาบอด
อยู่หนึ่งตัว ร้อยปี มันจะโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำทีหนึ่ง แล้วเอาหัวสวมเข้ากับห่วงยางที่
ลอยฟ่องอยู่เหนือผิวน้ำพอดี กว่าที่เหตุบังเอิญเช่นนี้จะมาประจวบเหมาะ กินเวลายาว
นานเกินกว่ามนุษย์จะนับได้ ภาษาพระเรียกว่า อสงไขยกัป วันเวลาเช่นนี้ว่ายาวนาน
แล้ว แต่กว่าที่จิตดวงหนึ่ง จะวิวัฒนาการขึ้นเป็นมนุษย์ยาวนานกว่านับแสนล้านชาติพบ



**เมื่อได้เกิดเป็นมนุษย์แล้วยังมาฆ่าตัวเองให้แตกดับ เท่ากับว่าคุณปฏิเสธจิตแห่ง
ความเป็นมนุษย์ของคุณ จิตดวงนี้ก็จะตกต่ำดำมืดลงไป กว่าจะวิวัฒนาการกลับมาได้
อัตภาพเป็นคนอีกครั้งก็กินระยะเวลานาน การฆ่าตัวตายจึงเป็นบาปมหันต์ที่สุด



ผู้ถาม * ถ้าเขาบอกว่าพยายามแล้ว แต่การลืมหรือการตัดใจจากคนที่เคยรักทำได้
อยากเหลือเกิน



ท่านว.วชิรเมธี* อาตมาอยากจะบอกว่าจริงๆ คนที่เขารักคุณ แล้ว
วันหนึ่งทิ้งคุณไปมีคนอื่นนั้น เขาไม่เคยมีตัวตนตั้งแต่เขาไปจากคุณ คุณต่างหากที่ไม่
ปล่อย การที่ใครคนใดคนหนึ่งทำให้เราเป็นทุกข์ ก็เพราะเราไปให้ราคาเขามากเกินไป
แค่เราเลิกให้ราคา เขาก็ไม่สามารถทำให้เราทุกข์ได้อีกต่อไป สุขหรือทุกข์แท้จริงอยู่
ที่การประเมิณค่าของเรา พูดง่ายๆ ถ้าไม่อยากให้เขามาทำให้ทุกข์ แค่ปล่อยวางคุณก็
ลอยแล้ว



**** แต่ปัญหาคือ คุณปล่อยลงปลงเป็นหรือเปล่า ถ้าปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น ก็
เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ อย่างดีที่สุด ธรรมะก็แค่บอกให้คุณได้รู้เอาไว้ว่า ความหนักอึ้งที่
คุณแบกอยู่ มันอยู่ที่คุณเอง ถ้าไม่อยากแบกก็ปล่อย แต่ถ้าไม่ปล่อยก็อย่ามาบ่นว่า
หนัก ฉะนั้น พระมีหน้าที่เอาสัจธรรมมาวางให้คุณดู เมื่อคุณรู้แล้ว คุณจะมีท่าทีต่อ
สัจธรรมนั้นอย่างไรก็เป็นเรื่องของคุณ ถ้าคุณทำตามที่พระท่านบอกก็เบา ถ้าไม่ทำ
ตามก็หนัก เป็นเรื่องธรรมดา พระไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการชี้ให้ดูว่า นี่คือ
เรื่องที่ดี ส่วนการเลือกสิ่งที่ดี หรือไม่ดี อยู่ที่วิจารณญาณของคุณเอง


บทความจาก :http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=27284


 

กล่องความคิดเห็น

การแสดงความคิดเห็นเปิดสำหรับสมาชิกเท่านั้น
ลงชื่อเข้าระบบสมาชิก หรือ สมัครสมาชิกใหม่