บทความทั่วไป

ก๋าราณีตอบปัญหา

System

 

 

 

อยากถามว่าดิฉันคบกับแฟนมา 7 ปีแล้ว

มาวันหนึ่งพี่สาวบอกว่าเห็นแฟนคบกับผู้หญิงคนอื่นอยู่

ประจวบเหมาะกับที่บ้านไปดูหมอดูมา

เลยตรงกันทางบ้านก็อยากให้เลิกกัน

หาว่าแฟนดิฉันจะมาปอกลอกดิฉัน

ส่วนใหญ่เราจะอาศัยการคุยโทรศัพท์กัน 

เขาไม่ค่อยมาที่บ้านดิฉัน

เขาหยุดเสาร์อาทิตย์แต่ดิฉันหยุดอาทิตย์

นานๆจะไปเที่ยวกันสักครั้ง

ตอนนี้ดิฉันเครียดมากเพราะต้องทะเลาะกับทางบ้านตลอด

เพราะพ่อแม่ดิฉันไม่ชอบเพราะเขาจน

เราห่างกัน 10 ปีและที่บ้านจะเชื่อหมอดูมากเพราะเป็นญาติร่วม

 

 

 

 

 

คำถามโดย      :     บุคคลทั่วไป

วันที่   :    20 พฤษภาคม 2554

เวลา   :    12:37:34น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชายคนหนึ่งไปตรวจชะตาชีวิตกับหมอดูชื่อดัง

 

 

ชาย – อาจารย์ครับดวงผมเป็นยังไงบ้างครับ ?

 

หมอดู –  นายมีดวงชะตาที่ย่ำแย่มาก  การงานตกต่ำ 

ความรักไม่ได้เรื่อง  ไม่มีผู้ใหญ่สนับสนุน  ทุนก็ไม่มี

 

ชาย – โห...อาจารย์ทายแม่นมากเลยครับ

 

หมอดู  -  ดวงนายจะห่วยแบบนี้ไปอีก 20  ปี

 

ชาย – พอ 20 ปีแล้วดวงจะกลับมาพุ่งแรงเลยใช่ไหมครับ

 

หมอดู  -  เปล่า..พอ 20 ปีผ่านไป  นายจะชินไปเอง

 

 

 

 

 

 

ผมเป็นคนไม่ดูหมอดูเลย

ทั้งๆที่เมื่อก่อนนี่เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่ผมให้ความสนใจมาก

ขนาดซื้อตำรามากกว่า 50 เล่มมานั่งศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเอง

ผมเคยลองทำหน้าที่หมอดูสมัครเล่น

ทำนายทายทักคนรอบตัว

 

 

ลูกน้องคนหนึ่งของผมเธอให้ผมตรวจดวงชะตาให้

เมื่อผลคำทำนายออกมา  ไพ่ตัวที่แย่ที่สุดในสำรับ

ออกมาพร้อมกันทั้งสามใบ

 

ผมให้กำลังใจเธอไปว่าคนเราถึงดวงชะตาย่ำแย่แค่ไหน

ถ้าใจสู้ไม่ท้อถอย   ดวงก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอก

 

หนึ่งปีหลังจากนั้น....

ข่าวที่ส่งมาให้รับรู้ คือ  ครอบครัวเธอแตกร้าว  การงานล้มเหลว

สุดท้ายเธอเลือกผูกคอตายหนีปัญหาชีวิต

 

นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมทำนายดวงชะตาให้กับคนอื่นและตัวเอง

 

 

 

ผมนึกถึงเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งขึ้นมา....

 

 

หลวงตาผู้ซึ่งปฏิบัติธรรมอย่างลึกซึ้ง

จนถึงขั้นสามารถล่วงรู้ชะตาของผู้อื่นได้

ได้เรียกเณรน้อยรูปหนึ่งเข้ามาที่กุฏิแล้วบอกว่า

 

 

“ฉันให้เณรลากลับบ้านสัก 10 วันนะ 

เดี๋ยวกลับไปบ้านในวันนี้เลยอีกสิบวันค่อยกลับมา”

 

 

เณรน้อยก็งงว่าอยู่ๆดีดีทำไมหลวงตาถึงไล่ให้ตนเองกลับบ้าน

เพราะตนเองไม่ได้คิดอยากจะกลับบ้านในตอนนี้เลย

 

 

หลวงตาได้ตรวจดวงชะตาแล้วพบว่า

เณรน้อยชะตาขาด  คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึง 10 วัน

เลยอยากให้กลับไปตายที่บ้าน 

เพื่อจะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

 

ด้วยความเป็นเด็ก  เณรจึงไม่คิดอะไรมาก

หลวงตาให้กลับบ้านก็กลับ

 

 

 

สิบวันผ่านไป...

 

 

หลวงตารอฟังข่าวเรื่องการเสียชีวิตของเณรน้อย

แต่กลับกลายเป็นว่าเณรน้อยเดินกลับมาที่วัดด้วยใบหน้าสดชื่นรื่นเริง

หลวงตาอดสงสัยไม่ได้

เพราะที่ผ่านมาท่านไม่เคยทำนายอะไรผิดเลยแม้แต่เรื่องเดียว

 

จึงเรียกเณรมาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น

และเณรได้ไปทำอะไรมาบ้างระหว่างทางที่เดินกลับบ้าน

เณรน้อยนั่งคิดอยู่นานก่อนจะโพล่งขึ้นมาว่า

 

 

“ใช่แล้วครับหลวงตา  ตอนที่เดินไปเจอแอ่งน้ำเล็กๆแห่งหนึ่ง 

ผมเห็นมดแดงตัวหนึ่งตกลงไปในแอ่งน้ำ

ก็เลยเอานิ้วจุ่มให้มันไต่ขึ้นมาครับ”

 

 

 

 

 

 

ผมไม่เชื่อเรื่องดวง

แต่ผมเชื่อในศาสตร์แห่งการทำนายว่ามันคือหลักสถิติและความน่าจะเป็น

 

แม้ผมจะเชื่อในคำทำนายมากเพียงใด

ผมไม่เคยให้คำทำนายใดใด

มีผลต่อการตัดสินใจในการคิด  พูด และทำของตนเองเลย

 

 

 

ชีวิตเรา

เรากำหนด

กำหนดจากความคิด  ความเชื่อ  คำพูด

และการกระทำของเรา

 

อย่าให้หมอดูหรือใครทีไหนก็ไม่รู้

มาตัดสินชีวิตเราเลยนะครับ

 

อย่าให้ใครมาบอกว่าเราต้องเดินไปทางซ้ายหรือทางขวา

รักหรือเลิกกับใครเลย

เพราะนั่นควรเป็นสิทธิ์แห่งการตัดสินใจโดยตัวเรา

เพื่อตัวเรา

อย่างน้อยเมื่อผิดหวัง  ไม่สมหวังหรือเจ็บปวด

เรายังภูมิใจได้ว่านี่คือการตัดสินใจของเรา

 

เพราะชีวิตคือความรับผิดชอบที่เราควรมีกับชีวิตของตัวเราเอง

 

 

 

 

ขอให้คุณโชคดีครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กล่องความคิดเห็น

การแสดงความคิดเห็นเปิดสำหรับสมาชิกเท่านั้น
ลงชื่อเข้าระบบสมาชิก หรือ สมัครสมาชิกใหม่